หมายเลข 9 "สายขิม"

สายขิมนั้นส่วนใหญ่ทำด้วยสายทองเหลืองเนื่องจากมีเสียงกังวานดีและมีสีสันสวยงาม เสียง

ขิม 1 เสียง จะเกิดจากสายทองเหลือง 3 เส้น ซึ่งขึงวางพาดอยู่บนตัวขิมและหย่องขิมดังรูปต่อ

ไปนี้

00000053.gif

00000054.gif

1 - หมุดขิมฝั่งซ้าย 2 - หย่องพักสาย 3 - หย่องหนุนสาย 4 - สายขิม

5 - ตัวขิม 6 - ฝาขิม 7 - ลิ้นชักเก็บฆ้อน 8 - ช่องเก็บลิ้นชัก

9 - สันหย่องหนุนสาย (ใบเสมา) 10 - ฐานหย่องหนุนสาย (ฉลุเป็นร่อง)

สายทั้ง 3 เส้นนี้จะขึงอยู่ระหว่างหมุดยึดสายขิมทางฝั่งซ้าย และ หมุดยึดสายทางฝั่งขวาของ

ขิมโดยวางพาดอยู่บนหย่อง 3 อันด้วยกันคือ หย่องพักสาย (ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา) และ หย่อง

หนุนสาย อีก 1 อัน จำนวนสายขิมทั้งหมดมี 42 เส้น ถ้าเป็นเส้นใหม่ๆจะมีสีเหลืองมันเป็นเงาสวย

งาม สามารถใช้มือบิดให้ขาดจากกันได้ง่ายด้วยการพับสายขิมให้งอไขว้กัน แล้วใช้มือบิดโยกไป

มาสักสองสามทีก็จะขาด สายทองเหลืองนี้เมื่อนานเข้าจะมีสีดำคล้ำลงเพราะมีขี้ตะกรันมาเกาะ

โดยรอบสายจะแห้งเกราะและขาดง่ายขึ้นแต่กลับทำให้เสียงขิมก้องกังวานดีขึ้น

ปัจจุบันผู้ผลิตขิมบางรายเปลี่ยนมาใช้สายลวดเหล็กที่เรียกว่า"เสตนเลส-สตีล" (Stainless

Steel) ขึงแทนสายลวดทองเหลืองซึ่งให้คุณภาพเสียงขิมดีขึ้นและสายขิมไม่ขาดง่ายแต่ตัวขิม

จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเพราะสายลวดเสตนเลส-สตีลนั้นมีความเหนียวกว่าลวดทองเหลืองจึง

ต้องขึงให้ตึงมากๆเสียงจึงจะกังวานดี(การที่เพิ่มช่วงยาวของสายขิมทำให้ต้องหมุนสายขิมให้

ตึงมากขึ้นเสียงขิมจึงจะกังวานดี)แต่ถ้าใช้สายลวด เสตนเลส-สตีลมาเปลี่ยนแทนสายลวดทอง

เหลืองโดยไม่เพิ่มช่วงยาวของตัวขิมแล้ว เสียงขิมจะไม่น่าฟังเพราะสายยังไม่ตึงเต็มที่หรือถ้า

จะให้เสียงดังกังวานดีก็ต้องเทียบเสียงขิมตัวนั้นให้สูงกว่าระดับเสียงปกติที่นิยมบรรเลงกันใน

วงเครื่องสายไทย(เสียงที่นิยมบรรเลงกันในวงเครื่องสายคือเสียง เพียงออ)