การวางตำแหน่งของปลายไม้ขิม

ขิมเป็นเครื่องดนตรีที่มีต้นกำเนิดเสียงมาจาก “การตี” ดังนั้นตำแหน่งที่ปลายไม้ขิมกระทบกับ

สายขิมจึงมีความสำคัญมากทั้งนี้เพราะความไพเราะน่าฟังเพียงของเสียงขิมขึ้นอยู่กับจุดกระทบ

เหล่านี้ทั้งสิ้น จากการสังเกตและประสบการณ์ในการสอนขิมของผมเป็นเวลานานกว่า 30 ปีพบว่า

ส่วนใหญ่ ผู้ที่เริ่มฝึกหัดจะตีสายขิมในลักษณะดังแผนภูมิต่อไปนี้คือ

00000067.gif

ในภาพหมายเลข 1 เมื่อผู้ฝึกเริ่มตีสายขิมมักจะวางไม้ขิมในแนวขนานกันและตีลงไปตามแนว

ขนานนั้น การตีแบบนี้ดูเผินๆก็น่าจะสมเหตุผลดีแต่ถ้าลองฟังเสียงให้ชัดๆจะพบว่าเสียงขิมจาก

มือซ้ายและมือขวาดังแตกต่างกันเพราะจุดกระทบของปลายไม้ขิมในมือซ้ายและขวาไม่ใช่

ตำแหน่งเดียวกัน คือปลายไม้ขิมในมือซ้ายจะตกกระทบสายขิมในแนวเส้นประของอักษร A

ส่วนปลายไม้ขิมในมือขวาจะตกกระทบสายขิมในแนวเส้นประของอักษร B จึงได้เสียงขิมที่ไม่

เท่ากัน เพื่อให้เข้าใจกรณีที่ผมกำลังกล่าวนี้ได้ชัดเจนขึ้นขอให้ลองพิจารณาดูภาพหมายเลข 2

นะครับ

ในภาพหมายเลข 2 สมมติว่าเราก้มลงมองขนานไปตามแนวยาวของหย่องขิมจะเห็นสายขิม

ทุกเส้นที่พาดอยู่บนหย่องทางด้านซ้ายทำมุมลาดลงทั้งสองฟากคล้ายกับพื้นผิวบนถนน ถ้าเราตี

สายขิมในแนว A และ B ก็เปรียบเหมือนรถ 2 คันที่วิ่งกันคนละแนวคือรถคันขวาวิ่งเลียบใกล้

เส้นกึ่งกลางของถนนส่วนรถคันซ้ายลงไปวิ่งบนไหล่ทาง หากเป็นเรื่องของรถวิ่งบนถนนก็คงไม่

มีผลแตกต่างอะไรกันมากนักหรอกครับแต่ถ้าเป็นการตีสายขิมแล้วจะมีผลแตกต่างกันมากทีเดียว

เพราะเสียงขิมจะไม่เหมือนกันคือ เสียงจากมือขวาจะฟังแข็งกระด้างกว่ามือซ้ายเพราะว่าปลาย

ไม้ขิมในมือขวาตีลงใกล้กับสันหย่องจึงมีความสั่นสะเทือนน้อยกว่า ส่วนเสียงจากมือซ้ายจะเบา

กว่าและก้องมากกว่าเพราะตีห่างจากหย่องมากสายขิมจึงสั่นสะเทือนนานกว่า เมื่อเสียงของไม้

ขิมในมือซ้ายและมือขวาไม่เหมือนกันดังนี้แล้วก็อุปมาเหมือนการที่เราใส่รองเท้าผิดคู่ คือข้าง

ซ้ายใส่รองเท้ายางส่วนข้างขวาใส่รองเท้าหนัง เวลาเดินคงมีเสียงที่ฟังดูแปร่งหูพิลึกๆนะครับ

ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอแนะนำให้ฝึกตีสายขิมดังตัวอย่างแผนภูมิในภาพหมายเลข 3 จะดีกว่าครับ

ภาพหมายเลข 3 เป็นการตีสายขิมโดยให้ปลายไม้ขิมตกกระทบกับสายขิมเป็นแนวระนาบเดียว

กัน วิธีการวางแนวไม้ขิมก่อนตีนั้นจะเหมือนกันคือให้คู่ขนานกันเหมือนกับรางรถไฟ แต่เวลาที่ตี

สายขิมแล้วตอนที่ยกปลายไม้ขึ้นให้เบี่ยงปลายไม้ขิมเฉียงออกเล็กน้อยเพื่อจะได้ไม่ชนกับปลายไม้

ขิมอีกข้างที่กำลังตีตามลงไป ดังนั้นจุดตกกระทบของปลายไม้ขิมจึงเป็นแนวเดียวกันโดยตลอด

ซึ่งก็คือแนวของ “จุด ดังที่ได้แสดงไว้ในภาพหมายเลข 3 นั่นเอง วิถีของปลายไม้ขิมขณะที่

ยกขึ้นลงจึงมิได้อยู่ในแนวตรงหากแต่โค้งเบี่ยงออกเล็กน้อยและทำมุมเป็นรูปตัว V การตีแบบนี้

เรียกได้ว่าเป็นการตี “ทับรอย” คล้ายกับการวางตำแหน่งของเท้าในขณะที่เดินไต่เชือกเส้นเดียว

นั่นเอง การตีขิมโดยวางแนวปลายไม้แบบนี้จะได้เสียงขิมที่ดังชัดเท่ากันทั้งมือซ้ายและมือขวา

ทำให้บรรเลงขิมได้ไพเราะน่าฟังกว่าการตีแบบภาพหมายเลข 2 ซึ่งน่าจะเรียกว่าตีแบบ “เป็ด

เดิน”คือไม้ขิมเคลื่อนไปคนละแนวคล้ายกับการเดินของเป็ดและยังทำให้เสียงขิมไม่เท่ากันด้วย

ขอให้ฝึกตีสายขิมขึ้นลงทั้ง 3 แถวจนคล่องพร้อมทั้งกำหนดรู้ 3 ประการไปด้วยในขณะที่ฝึกตีคือ

1) ต้องตีสายขิมให้ดังเท่ากันทั้งสองมือ

2) จังหวะการซอยสลับมือต้องสม่ำเสมอ

3) ตีสายขิมได้แม่นยำทั้งมือซ้ายและมือขวา

ทั้งหมดที่ผมกล่าวมานี้เป็นการฝึกขั้นพื้นฐานในการตีขิมซึ่งผู้เริ่มฝึกหัดตีขิมควรทราบและ

ทำให้ได้ก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้การตีเป็นทำนองเพลง หากสามารถ ตีดัง-ฟังชัด และตีได้อย่างต่อ

เนื่องราบเรียบและมีความแม่นยำทั้งมือ ซ้าย-ขวา แล้ว จะบรรเลงเพลงอะไรก็ไพเราะทั้งนั้นครับ

ส่วนใหญ่ผู้ที่เรียนตีขิมมักจะใจร้อนและไม่เห็นความสำคัญของการฝึกขั้นพื้นฐานเพื่อให้สามารถ

ตีขิมได้เสียงดังฟังชัดเสียก่อน ข้ามไปเริ่มฝึกบรรเลงเป็นเพลงเลย จึงบรรเลงเพลงไม่ได้ไพเราะ

เท่าที่ควร การฝึกตีสายขิมให้แม่นยำและได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจนก็เหมือนกับการฝึกหัดพูดนั่น

แหล่ะครับ เมื่อพูดได้ชัดแล้วต่อไปจะพูดสักกี่ร้อยกี่พันคำก็ชัดน่าฟังเหมือนกันหมด แต่ถ้าพูดไม่

ชัดแล้วถึงจะพูดกี่ร้อยกี่พันคำก็พูดไม่ชัดทั้งนั้น นอกจากทำให้ผู้ฟังไม่ประทับใจแล้วยังพลอยรู้

สึกรำคาญด้วย

เพื่อให้ได้บรรยากาศเหมือนกำลังอ่านคัมภีร์ฝึกวิทยายุทธของวัดเส้าหลินผมจึงได้วาดภาพ

หลวงจีนชรากำลังแนะนำวิธีตีขิมไว้จำนวน 40 ภาพ ภาพเหล่านี้เป็นการรวบรวมและแยกแยะ

วิธีการใช้มือตีสายขิมไว้มากมายหลายรูปแบบโดยไม่ซ้ำกัน สำหรับหนังสือคัมภีร์ตีขิมเล่มแรก

นี้ผมขอนำภาพดังกล่าวมาให้ชมเพียง 9 กระบวนท่าก่อน เนื่องจากหนังสือเล่มนี้เป็นส่วนของ

คัมภีร์ฝึกตีขิม “ภาคปฏิบัติ” ซึ่งเน้นเฉพาะเรื่องการถอดทำนองเพลงจากโน้ต มิได้เน้นเรื่องความ

รู้ทางด้านทฤษฎี คำอธิบายโดยละเอียดทั้ง 40 กระบวนท่าจะรวมอยู่ในหนังสือคัมภีร์ฝึกตีขิม