ตำนานเดี่ยวขิมเพลงลาวแพน ตอนที่ 2
เรียบเรียงโดย ชนก สาคริก


สวัสดีครับ ต้องขอโทษที่เว้นช่วงการเขียนบทความนี้ไปเสียนาน คอมพิวเตอร์และโมเดมของผมเกิดเสียขึ้นมาทั้งสองชุดเลยครับ เสียเวลาไปสองสามอาทิตย์ในการหาคนมาช่วยกู้คอมให้ใช้งานได้ใหม่ ตอนนี้แก้ไขเสร็จแล้วครับ มาคุยกันเรื่องตำนานเดี่ยวขิมลาวแพนต่อนะครับ
เมื่อคราวที่แล้ว ผมเล่าความเป็นมาของเพลงเดี่ยวขิมลาวแพน ที่ท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯได้ถ่ายทอดให้กับอาจารย์บรรเลง (คุณแม่ของผม) และอาจารย์บรรเลงได้ถ่ายทอดให้ผม ซึ่งเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่ 2 จนถึงตอนที่กำลังจะมีการแสดงวงมหาดุริยางค์ไทยเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ ร้อยปีเกิด ของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) นะครับ ต่อไปนี้ก็จะเล่าต่อว่า ในการจัดเตรียมงานแสดงครั้งนั้นผมได้รับเลือกให้ควบคุมฝึกซ้อมวงขิมหมู่เพลงลาวแพน ซึ่งมีนักเรียนจากสถาบันต่างๆเข้าร่วมบรรเลงด้วยเป็นจำนวนมากแต่ผมดัดเลือกไว้ประมาณ 60 คน วิธีการต่อเพลงนั้นผมใช้วิธีส่งลูกศิษย์หลายคนเดินทางไปต่อเพลงให้กับเด็กนักเรียนในสถาบันต่างๆ เพื่อให้ได้ทำนองเพลงก่อนแล้วจึงนัดมาฝึกซ้อมร่วมกัน กลุ่มนักเรียนเหล่านี้นับได้ว่าเป็นผู้สืบทอดทำนองเพลงลาวแพนของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) รุ่นที่ ๓ มีรายนามดังต่อไปนี้
๓.๑ ผู้สืบต่อรุ่นที่ ๓ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๒๔
ผู้ที่ได้ต่อเดี่ยวขิมลาวแพนรุ่นแรกจากผมแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มลูกศิษย์โรงเรียนราชินีบน เท่าที่จำได้มี ๔ คนคือ
- สุภาภัศร ลิ่มนรรัตน์
- คนึงนิจ รัตนเทพ
- วิชชุดา โอถกานนท์
- อัจฉราฉวี พูลสมบูรณ์
กลุ่มลูกศิษย์ซึ่งมาเรียนพิเศษที่บ้าน เท่าที่จำได้มี 8 คนคือ
- ธัญญารัตน์ สาคริก (หลานสาว) ปัจจุบันเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายอนุบาลโรงเรียนเรวดี
- สันธวิทย์ อุณหสุวรรณ์ (เสียชีวิตแล้ว) ศิษย์คนนี้สามารถเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนได้ ๓ ตัวพร้อมกัน โดยวางไว้รอบตัว
- นิธิ ศรีสว่าง จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ต่อเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนตั้งแต่อายุน้อยมาก ปัจจุบันเป็นครูดนตรีไทย
- สมศรี บรรยายกิจ (ปัจจุบันชื่อ กวินทิพย์) จบเอกจะเข้จากคณะคุรุศาสตร์จุฬาฯ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ดนตรีไทยอยู่ที่คณะคุรุศาสตร์จุฬาฯ
- สุธีร์ เทวินบุรานุวงศ์ (ปัจจุบันใช้นามสกุล จันทร์ไทย) จบเอกขิมจากคณะคุรุ ศาสตร์จุฬาฯ ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนดนตรีไทยอยู่ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ๒
- อภิญญา เฟื่องฟูสกุล ปัจจุบันจบปริญญาเอกจากประเทศเยอรมัน เป็นอาจารย์ ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- ศิราพร ฐิตะฐาน อาจารย์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- สุนทรี เอกพจน์ จบวารสารศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
๓.๒ ผู้สืบต่อรุ่นนี้มีเพียง ๔ คนคือครูขิมที่ช่วยในการฝึกซ้อมวงขิมหมู่ในปี พ.ศ.๒๕๒๔
๓.๒.๑ อาจารย์อรวรรณ บรรจงศิลป์ - ขณะนั้นเป็นอาจารย์สอนดนตรีไทยอยู่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ (ผมไม่ได้ต่อเพลงลาวแพนให้โดยตรง เพียงแต่ส่งโน้ตไปให้)
๓.๒.๒ อาจารย์สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ - ขณะนั้นเป็นอาจารย์ประจำอยู่วิทยาลัยนาฏศิลป์กรมศิลปากร อาจารย์สิริชัยชาญมาต่อเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนกับผมที่บ้านด้วยตนเองแล้วจึงไปต่อให้กับอาจารย์ขิมที่วิทยาลัยนาฏศิลป์อีกสองท่านคือ ๓.๒.๓ อาจารย์จุฑามณี วรวิทย์สัตถญาน (ครูแดง)
๓.๒.๔ อาจารย์บำรุง พาทยกุล
๓.๓ ผู้สืบต่อรุ่นนี้คือนักดนตรีที่เข้าร่วมบรรเลงเพลงขิมหมู่เพลงลาวแพนในปี พ.ศ.๒๕๒๔
เนื่องจากในวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นปีที่ครบรอบ ๑๐๐ ปีเกิดของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ญาติมิตรและศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันจัดตั้ง มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ขึ้นพร้อมทั้งจัดการบรรเลงดนตรีวงมหาดุริยางค์ขึ้น ณ โรงละครแห่งชาติในช่วงวันที่ ๗ ถึง ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๔ การบรรเลงครั้งนั้นมีชุดการแสดงพิเศษแทรกอยู่หลายชุด มีชุดการบรรเลงขิมหมู่เพลงลาวแพนอยู่ด้วยชุดหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากตอนที่ประชุมปรึกษาหารือกันนั้น อาจารย์ประสิทธิ์ ถาวร ซึ่งเป็นผู้อำนวยเพลงวงมหาดุริยางค์ต้องการให้มีการบรรเลงขิมหมู่สลับกับวงมหาดุริยางค์ โดยอยากจะให้นำเพลงลาวแพนทางของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะฯมาบรรเลง และมอบหมายให้ผมเป็นผู้อำนวยเพลงและควบคุมการฝึกซ้อมในชุดนี้

ตอนแรกผมลังเลที่จะรับฝึกซ้อมการบรรเลงชุดนี้โดยอยากจะให้คุณแม่ผมเป็นผู้ควบคุมฝึกซ้อมด้วยตนเองแต่ คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ซึ่งเป็นคุณป้าของผมกล่าวว่า "ลาวแพนทางนี้มีคนได้น้อยควรนำออกมาเผยแพร่เพื่อจะได้ไม่สูญหายไป อีกประการหนึ่งคุณแม่ผมอายุมากแล้วไม่สะดวกจะมาควบคุมการฝึกซ้อม" ผมจึงต้องรับเป็นผู้อำนวยเพลงการบรรเลงขิมหมู่ในครั้งนั้น

ผมมีเวลาฝึกซ้อมนักดนตรีชุดนี้ก่อนที่จะบรรเลงจริงประมาณ 3 เดือน ปัญหาแรกคือต้องแจ้งข่าวไปยังสถานศึกษาต่างๆที่ประสงค์จะส่งเด็กนักเรียนเข้าร่วมบรรเลง เมื่อทราบแล้วก็ต้องจัดส่งคนไปต่อเพลงลาวแพนปูพื้นไว้ก่อน การใช้โน้ตนั้นทำได้เพียงบางสถาบันเนื่องจากโน้ตขิมที่ผมใช้เป็นโน้ตที่คิดประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ไม่เหมือนโน้ตที่สถาบันเหล่านั้นใช้ ผมขอให้ลูกศิษย์ที่มีความสามารถจำนวนหนึ่ง แยกย้ายกันไปสอนเพลงลาวแพนให้กับสถาบันต่างๆที่ประสงค์จะส่งนักเรียนเข้าร่วมประมาณ 1 เดือน มีผู้สมัครบรรเลงจำนวน ๕๘ คนดังรายนามที่คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์คำนึงถึงท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ที่พิมพ์แจกในช่วงการจัดงานดังนี้

รายชื่อผู้บรรเลง "ขิมหมู่"

อาจารย์ผู้ฝึกซ้อม
จุฑามณี วรวิทย์สัตถญาน
บำรุง พาทยกุล
สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ
อรวรรณ บรรจงศิลป์
ผู้อำนวยเพลง
ชนก สาคริก
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อัษฎาพร นุชประยูร
ปัทมกร ประสานสุข
จันทนิดา มะโนทัย
อตินุช ลัดพลี
สิริลาภ วสุวัต
สุรสา ผลานุวงศ์
ไขแข สุวรรณ
ลลิตา ขาวเธียร
ศกลวรรณ จันผกา
เกด สุรินทราบูรณ์
จิรพรรณ จันผกา
พอดี ขนิษฐานันท์
ไชยยันต์ จันผกา
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน
โสภณา พุ่มสุวรรณ
ศันสนลักษณ์ รัชดาวงศ์
โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก
ศิริลักษณ์ เทพสนิท
โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
นิธิ ศรีสว่าง
โรงเรียนดวงถวิล
สุวัธนา ชมดี
โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์
พริมา ศิวรักษ์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง
มงคล โชติกประคัลภ์
อุษณีย์ วรศรี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จุลรัตน์ ศิวะศริยานนท์
ชัยพร แซ่เจี่ย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สมศรี บรรยายกิจ
สุธีร์ เทวินบุรานุวงศ์
อภิญญา เฟื่องฟูสกุล นศ. ปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุนทรี เอกพจน์ - วารสารศาสตร์บัณฑิต ธรรมศาสตร์
ธัญญารัตน์ สาคริก - อาจารย์โรงเรียนเรวดี
เอมอร บูรณะสันติ - อาจารย์โรงเรียนเรวดี
สันธวิทย์ อุณหสุวรรณ์ - พนักงานธนาคารกสิกรไทย
สุภาภัศร ลิ่มนรรัตน์ - พนักงานธนาคารกสิกรไทย
ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง - อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศิราพร ฐิตะฐาน - อาจารย์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร
จุฑามาศ พลับทอง
มธุรส เฉลิมสุข
อุษา ปิศักดิ์
ปิติมน พูลละผลิน
เจริญศรี แย้มสุวรรณ
วารุณี โมระกานต์
นันทนา สองบาง
พงศ์ลัดดา มหาศักดิ์สุนทร
มนรัตน์ สุกายวงศาวรรณ
ยุพาวดี แย้มแสงสังข์
กาญจนา รัตนสนเท่ห์กุล
ประภา พันธ์เถา
คำนึง อยู่เลิศ
ชุตินุช เกตุนิมะ
วันวิสาข์ ยอดนิล
ลักขณา พิมพ์สุวรรณ
สุจิตรา พันธุ์เดิมวงษ์
บุญทวี นาคทิม
ระวิวรรณ สดประเสริฐ
จันทิมา นิลทองคำ
ลออง ยิ้มใหญ่
ทิพวรรณ เกิดโถ
นันทิยา ตรีบุบผา
กนกพร โชคช่วงสกุล
สมพร กองกลิ่นหอม

ก่อนที่จะทำการฝึกซ้อมวงขิมหมู่เพลงลาวแพนเพื่อแสดงในงานครั้งนั้น ผมไปพิจารณาดูพื้นที่ในโรงละครแห่งชาติแล้วเห็นว่า วงขิมหมู่จำเป็นจะต้องนั่งบรรเลงตรงบริเวณพื้นเวทีซึ่งอยู่นอกม่าน และมีระดับต่ำกว่าเวทีใหญ่เล็กน้อย เพราะพื้นเวทีในโรงละครซึ่งอยู่หลังม่านนั้น ตั้งเครื่องดนตรีของวงมหาดุริยางค์เต็มไปหมด ดังนั้นผู้บรรเลงขิมจึงต้องเดินถือขิมออกมาจากประตูด้านข้างทั้งสองข้าง แล้วไปนั่งบรรเลงที่พื้นเวทีด้านนอก พื้นที่ตรงนั้นสามารถนั่งตีขิมได้ประมาณไม่เกิน ๖๐ คนแต่มีจำนวนผู้สมัครมากกว่า ๖๐ คนเล็กน้อย จึงต้องคัดเลือกเอาเฉพาะที่มีฝีมือสมควรจะบรรเลงได้เพียง ๖๐ คน เมื่อคัดได้แล้วจึงเริ่มฝึกซ้อมที่วิทยาลัยนาฏศิลป์กรมศิลปากรทุกวันเสาร์อาทิตย์ โดยผมกำหนดรูปแบบการนั่งของผู้บรรเลงให้มีลักษณะเหมือนกับขิมขนาดใหญ่บนเวที ผู้บรรเลงในวงแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มบรรเลงในแนวทางที่แตกต่างกันแต่สอดประสานสัมพันธ์กันโดยผมเป็นผู้คิดทางเพลงเองทั้งหมด มีกรณีพิเศษเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเดี่ยวขิมลาวแพนในครั้งนั้นคือผมได้คิดทำนองเดี่ยวนำขึ้นมาใหม่ก่อนที่จะเริ่มบรรเลง ทำนองเดี่ยวนำนี้แบ่งออกเป็นสองประโยคเพลงคือมีทั้งประโยคคำถามและประโยคคำตอบ ผมกำหนดให้ สมศรี บรรยายกิจ บรรเลงเดี่ยวนำด้วยประโยคแรกทางมุมด้านซ้ายของเวที แล้วให้ สันทวิทย์ อุณหสุวรรณ์ บรรเลงประโยครับที่มุมด้านขวาของเวที เมื่อทั้งสองคนบรรเลงจบแล้วผู้บรรเลงทั้งวงจึงเริ่มบรรเลงพร้อมกัน มีการกำหนดคิวการใช้ไฟในโรงละครแห่งชาติไว้ล่วงหน้าว่า ขณะที่นักดนตรีทั้ง ๖๐ คนเดินออกมาจากภายในนั้นไฟจะหรี่ค่อนข้างมืดโดยสปอตไล้ท์จะจับอยู่ที่พิธีกรผู้บรรยายคือ คุณสุรชัย เครือประดับ และ คุณศรีอาภา เมื่อบรรเลงทำนองเดี่ยวนำขึ้นในประโยคแรกไฟสปอตไล้ท์จะจับที่ผู้บรรเลงคนแรก (สมศรี บรรยายกิจ) พอบรรเลงประโยคที่สองสปอตไล้ท์อีกดวงก็จะจับที่ผู้บรรเลงคนที่สอง (สันทวิทย์ อุณหสุวรรณ์) เมื่อทุกคนในวงเริ่มบรรเลงไฟทั้งโรงละครจะค่อยๆสว่างขึ้นจนเต็มที่ การใช้ทำนองเดี่ยวนำและคิวไฟเพื่อเน้นจุดสนใจของผู้ชมทำให้การแสดงชุดขิมหมู่เพลงลาวแพนมีความไพเราะและน่าประทับใจมากยิ่งขึ้น และครั้งนั้นถือว่าเป็นการบรรเลงเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนทางของท่านครูหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) โดยผู้บรรเลงจำนวนมากเป็นครั้งแรก

(กรุณาติดตามอ่าน ตำนานเดี่ยวขิมเพลงลาวแพนต่อคราวหน้านะครับ)